สมุนไพร

ดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย
Spread the love

ดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพอากาศ ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว และมีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก สีเหลืองจนไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด แม้ว่าดอกคำฝอยจะเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาล แต่ก็ยังมีข้อควรระวังก่อนทานเช่นกัน ดอกคำฝอยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพร โดยจัดรวมกลุ่มใช้ด้วยกันกับยา หรือพืชตัวอื่นๆ จะไม่ใช้ดอกคำฝอยเดี่ยวๆ เพราะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดได้

ดอกคำฝอย ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Carthamus tinctorius L. ส่วนชื่อภาษาอังกฤษของดอกคำฝอยมีตั้งแต่ Safflower, False Saffron หรือ Saffron Thistle ส่วนในบ้านเรานั้นดอกคำฝอยถูกเรียกขานกันไปต่าง ๆ นานา โดยส่วนมากจะมีชื่อเป็นคำเมือง เช่น คำ คำฝอย ดอกคำ คำหยุม คำยุ่ง คำหยอง หรือคำยอง เป็นต้น

น้ำมันจากดอกคำฝอยอุดมไปด้วยกรดไขมันไลโนเลอิก

(Linoleic Acid) และกรดโอเลอิก (Oleic Acid) กรดปาลมิติก (Palmitic Acid) กรดสเตียริก (Stearic Acid) รวมถึงกรดไขมันชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิด ส่วนเมล็ดของดอกคำฝอยประกอบไปด้วยสารกลุ่มลิกแนน ไกลโคไซด์ (Lignan Glycoside) และสารเซโรโทนิน (Serotonin)

แม้ว่าคำฝอยจะมีสรรพคุณที่หลากหลาย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดได้หากไม่รู้จักใช้ให้ถูกวิธี ซึ่งแพทย์แผนจีนมักจะใช้ดอกคำฝอยร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นอยู่เสมอ จะไม่ใช้เป็นยาเดี่ยว ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรใช้ในระยะยาว
โทษของดอกคำฝอย การรับประทานอย่างต่อเนื่องหรือในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะส่งผลทำให้โลหิตจางได้ มีผลทำให้มีเลือดน้อยลง มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย มีอาการวิงเวียนศีรษะ หรือกลายเป็นคนขี้โรคโดยไม่รู้ตัว
การรับประทานในปริมาณมากจนเกินไปอาจจะทำให้มีประจำเดือนมากกว่าปกติ และอาจทำให้มีอาการมึนงง หรือมีผดผื่นคันขึ้นตามตัวได้

ประโยชน์ของดอกคำฝอย ดอกคำฝอยแก่เมื่อนำมาชงกับน้ำร้อนแล้วกรอง จะได้น้ำสีเหลืองส้มที่มาจากสาร Safflower yellow สามารถนำมาใช้ในการแต่งสีอาหารที่ต้องการ เครื่องปรุงอาหาร เนยเทียม หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ หรือใช้ย้อมผ้าไหมและฝ้าย (แต่สีจะไม่คงทนเท่าไหร่และซีดง่าย) ทำสีย้อมผ้าให้เป็นสีเหลืองได้ แต่งสีเครื่องสำอาง และสามารถใช้แต่งสีข้าวได้อีกด้วย โดยใช้ดอกคำฝอยนำมาต้มกับข้าวโดยใช้อัตราส่วนข้าว 1 ถ้วยตวงต่อกลีบดอก 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำซุป 2 ถ้วยครึ่ง โดยต้มข้าวให้เดือดก่อน แล้วค่อยใส่กลีบดอกซึ่งอยู่ในถุงผ้า ต้มต่อจนน้ำหมดไป

ลักษณะทั่วไปของดอกคำฝอย

เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเป็นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นเป็นสัน ผิวเรียบแข็ง โคนลำต้นมีขนาดใหญ่ แต่ปลายกิ่งเรียวเล็กใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ไม่มีก้านใบ ลักษณะใบคล้ายรูปไข่หรือใบหอกเป็นรูปขอบขนาน ขอบใบหยักเป็นซี่คล้ายฟันเลื่อยปลายเป็นหนามแหลม ใบเป็นมันหนาสีเขียวเข้ม ออกดอกเป็นช่อ บริเวณปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก

ลักษณะดอกคล้ายดอกบานชื่น กลีบดอกมีสีเหลืองเข้ม และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดง มีกลีบเลี้ยงหรือกลีบประดับเรียงตัวกันเป็นชั้นๆรองรับดอก บริเวณปลายกลีบเลี้ยงมีหนามแหลมคม ลักษณะผลคล้ายรูปไข่มีสีขาว เมล็ดมีลักษณะยาวรี เปลือกแข็งสีขาว เมื่อผลแก่แห้ง เมล็ดจะไม่แตกกระจาย

ดอกคำฝอยจะออกเป็นช่อที่ปลายยอด หนึ่งช่อจะมีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกยาวประมาณ 2.5-4 เซนติเมตร กลีบดอกรวมตัวเป็นกระจุก กลีบดอกขณะเป็นดอกอ่อนจะออกสีเหลือง เมื่อแก่กลีบดอกจะออกสีแดงส้มถึงน้ำตาลแเดง ดอกคำฝอยมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ละอองเรณูสีขาวเหลือง ยอดเกสรเพศเมียจะยาวกว่า ตัวเกสรดอกคำฝอยจะมีกลิ่นเฉพาะ ส่วนรสชาติของดอกและเกสรจะมีรสหวานร้อนออกขมเล็กน้อย ส่วนผลดอกคำฝอยจะเป็นผลแห้ง ไม่แตก เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก สีขาว เก็กฮวย

ดอกคำฝอยเป็นยาบำรุงเลือดของผู้หญิงที่ดีมาก

เพราะมีฤทธิ์อุ่น จึงมีตำรับยาสมุนไพรที่ใช้ดอกหรือกลีบจากผลดอกคำฝอยมาบำรุงโลหิต ขับเลือด ขับระดูคั่งค้างให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ลดอาการปวดประจำเดือน-ปวดท้องน้อยได้ดี โดยนำดอกคำฝอยแก่มาชงเป็นชาไว้ดื่มในช่วงประจำเดือนมา หรือจะดื่มเพื่อช่วยขับน้ำคาวปลาหลังคลอด และทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นก็ยังได้

สมุนไพรดอกคําฝอย สรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด เนื่องจากดอกคำฝอยมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) อยู่มาก ซึ่งกรดชนิดนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันในเลือดและขับออกทางปัสสาวะและทางอุจจาระ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานหัวหอมหรือกระเทียมที่มีสรรพคุณเช่นเดียวกัน ด้วยการใช้ดอกคำฝอยแห้งประมาณ 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) นำมาชงกับน้ำร้อนครึ่งถ้วยแล้วใช้ดื่ม หรืออีกสูตรให้ใช้ดอกคำฝอย 1 หยิบมือและดอกเก๊กฮวย 10 ดอก ผสมด้วยน้ำสะอาด 500 cc. แล้วเคี่ยวจนงวดประมาณ30 นาที นำมาดื่มเป็นน้ำชาครั้งละ 1 ถ้วยแก้ววันละ 2-3 ครั้ง และสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงกว่าปกติก็ให้รับประทานติดต่อกันสัก 3-7 วัน และถ้าต้องการเพิ่มรสชาติหรือดับรสขื่นหรือเฝื่อน ก็ให้เติมน้ำตาลทรายขาวเข้าไป 2-3 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วยแก้ว (ดอก, กลีบที่เหลือจากผล, น้ำมันจากเมล็ด)

ดอกคำฝอยเติบโตได้ดีในอากาศหนาวหรือแห้งแล้ง

ตามลักษณะของสายพันธุ์ เติบโตได้ดีในดินร่วน ดินร่วนปนทราย ไม่มีน้ำขัง อายุการปลูกถึงเก็บเกี่ยว 120-200 วัน จึงนิยมปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ การขยายพันธุ์จะใช้วิธีการเพาะเมล็ด ด้วยหว่านเมล็ดหรือเพาะชำในถุงเพาะชำก่อนนำปลูกลงหลุม ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก คือ ช่วงต้นฤดูฝนจนถึงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจนถึงเดือนกันยายน แต่ถ้าหากพื้นที่ใดมีน้ำชลประทาน ก็สามารถปลูกได้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางเดือนตุลาคม และควรเตรียมดินให้มีความชื้นที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของดอกคำฝอยด้วย

แหล่งผลิตดอกคำฝอยที่สำคัญอยู่ทางภาคเหนือ เพาะปลูกกันมากในอำเภอพร้าว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ดอกคำฝอยในสมัยที่ได้บันทึกไว้ในกระดาษปาปิรัสของอียิปต์ พบมีการปลูกบริเวณลุ่มน้ำยูเฟรติสสำหรับใช้เป็นสีผสมน้ำมันสำหรับพิธีกรรมการทำมัมมี่ ปัจจุบันมีการปลูกในพื้นที่อียิปต์ อินเดีย จีน และประเทศใกล้เคียงรวมถึงในแถบเอเชีย  เก็กฮวย

Similar Posts

ใส่ความเห็น

You have to agree to the comment policy.