วันจันทร์, มกราคม 25, 2021
การดูแลตนเอง

กระ ฝ้า รักษาฝ้า กระเนื้อ ครีม รักษาฝ้า

รักษากระฝ้า
Spread the love

รักษากระฝ้า


รักษากระฝ้า หลายคนพอจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ฝ้าเกิดจากการตากแดดมากเกินไป ทำให้ผิวผลิตเม็ดสีหรือเมลานินใต้ชั้นผิวในปริมาณมาก จนเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงเทาตามบริเวณต่างๆ บนใบหน้า เช่น โหนกแก้ม เหนือริมฝีปาก หน้าผาก หรือคาง

ถ้าอยากหาวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด แสงแดดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องหลีกเลี่ยงและหาวิธีป้องกัน วิธีรักษาฝ้าด้วยยาทารักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของไฮโดรควินิน (Hydroquinone) ซึ่งถือเป็น gold standard สำหรับวงการแพทย์ผิวหนัง มีสรรพคุณลดเม็ดสีที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำให้สีผิวจางเมื่อทายาอย่างสม่ำเสมอ แต่ในขณะเดียวกันตัวยาที่อยู่ในครีมทารักษาฝ้านี้ จะมีผลในการทำลายที่อยู่ของการผลิตเม็ดสีเมลานิน ซึ่งทำให้เกิดความไม่สมดุลของเม็ดสีเมลานินบนผิว และเป็นผลให้ทำให้เกิดโรคผิวด่างขาวอย่างถาวร

วิธีการรักษาฝ้าให้หายขาดด้วยเลเซอร์อาจเป็นวิธีการที่หลายคนคิดว่าได้ผล เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าสามารถทำให้ฝ้าสามารถหายวับไปกับตา ก็ไม่ใช่วิธีรักษาที่ถูกต้อง เพราะยิ่งรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์บ่อยเท่าไร จากฝ้าที่เคยมีสีน้ำตาลดำก็จะยิ่งกลายเป็นสีน้ำตาลดำปนกับรอยด่างเป็นวงสีขาว (บริเวณที่คิดว่าเสกฝ้าให้หายไปได้แล้วนั่นแหละ) ทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอยิ่งกว่าเดิม ลักษณะแบบนี้เขาเรียกว่า ลิวโคเดอร์มา ที่ก็รักษาไม่หายเช่นกัน ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้าในตลาดส่วนใหญ่ บอกว่ามีสารที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นต้นตอการผลิตเม็ดสีที่ระดับใต้ชั้นผิว จึงทำให้ฝ้าจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ แต่ในความเป็นจริงผลิตภัณฑ์เหล่านั้นถูกทดสอบเรื่องการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสเพียงบนผิวเห็ด ซึ่งอาจไม่มีประสิทธิภาพจริงบนผิวคน เนื่องจากไม่สามารถไปสกัดเอนไซม์ไทโรซิเนสจากผิวคนได้ จึงไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะสามารถทำการรักษาฝ้าที่ต้นตอได้

การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด ส่วนไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพ์ ก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน รักษาสิว

ยากินรักษาฝ้า (Tranexamic acid) ปกติแล้วยากินชนิดนี้จะเป็นยากินที่มีคุณสมบัติทำให้เลือดแข็งตัว มีข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรอง คือ การนำมาใช้รักษาและป้องกันภาวะเลือดออกในผู้ป่วยเลือดไหลหยุดยาก ส่วนการใช้ยานี้เพื่อรักษาฝ้านั้นก็เนื่องมาจากกลไกการออกฤทธิ์ของยาที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้สร้างเม็ดสีเมลานินได้ จึงมีผลทำให้ฝ้าจางลง อย่างไรก็ตามข้อบ่งใช้ส่วนนี้ยังไม่ได้รับการรับรอง และยังไม่มีรายงานด้านความปลอดภัยเมื่อใช้เป็นระยะเวลานาน อีกทั้งข้อห้ามในการใช้และผลข้างเคียงของยาชนิดนี้ก็มีหลายอย่าง เช่น มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ ฯลฯ และจากการศึกษาผลการรักษาฝ้าส่วนใหญ่ก็มาจากการทดลองในสัตว์ ส่วนการศึกษาในมนุษย์นั้นก็พบเฉพาะในรูปแบบของยาใช้ภายนอกซึ่งก็ไม่ใช่ยากิน ดังนั้นจึงแนะนำว่าผู้จะใช้ยาหรือกำลังใช้อยู่ ให้หาทางเลือกอื่นมาใช้ในการรักษาฝ้าแทน

เพราะรังสียูวีคือตัวการสำคัญ ดังนั้น การป้องกันผิวจากรังสียูวี เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดูเหมือนว่าการพกร่มกันยูวีอาจจะไม่สามารถช่วยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง และทา ‘ครีมกันแดด’

ทุกเช้าก่อนออกไปสู่มลภาวะภายนอก แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว แต่บางทีแดดมันแรงทะลุร่มและครีมกันแดด ถ้าสังเกตเห็นว่าใบหน้าเริ่มหมองคล้ำ และมีฝ้าเกิดขึ้น ก็ต้องรีบดูแลเป็นพิเศษ มีวิธีธรรมชาติหลายทางเลือกที่ช่วยรักษาฝ้าให้จางลงได้ บ้านไหนมีผักหรือสะดวกอะไรก็ลองทำดู ผิวหน้าของแต่ละคนอาจจะให้ผลไม่เหมือนกัน ลองสังเกตผลต่างของตัวเองแล้วเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองที่สุดนะ

‘ว่านหางจระเข้’ ช่วยได้ นำว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ ไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดให้ละเอียด แช่ตู้เย็นสักครู่ แล้วนำออกมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างน้ำออกให้สะอาด ต้องขยันทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ครีมทาฝ้าเป็นครีมแบบเข้มข้นที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหา ฝ้า กระ และจุดด่างดำโดยเฉพาะ ครีมทาฝ้าส่วนใหญ่มีฤทธิ์ที่ค่อนข้างรุนแรง บางยี่ห้อจึงสามารถใช้งานได้แค่กลางคืนเท่านั้น เพราะช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผิวเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ครีมทาฝ้าในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อมาก แต่จำเป็นต้องรับการเลือกที่ถูกต้องถึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นครีมทาฝ้าที่ดีควรจะผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย หากใช้ครีมที่ไม่มีอย.หรือไม่มีการรับรองจากแพทย์ อาจจะทำให้เราหน้าพังและเกิดความเสียหายได้ค่ะ วันนี้หากคุณยังไม่มีตัวเลือกครีมทาฝ้าให้เราเป็นหนึ่งในคนที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหาครีมทาฝ้า รักษาสิว

การรักษาเฉพาะทางเป็นทางเลือกแรกของแพทย์ผิวหนังหลายคนในการรักษาฝ้า เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ครีมรักษาฝ้านั้นมีประสิทธิภาพในการดูแลฝ้าได้ ครีมทาฝ้านั้นจะช่วยรักษาฝ้าที่เกิดขึ้นในผิวหนังชั้นนอกให้ดูกระจ่างใสขึ้น อีกทั้งผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถใช้ด้วยตนเองหรือใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นได้ด้วยแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความไวของผิว, สภาพผิว และประเภทของฝ้าด้วย

ไฮโดรวิโนนเป็นหนึ่งในสารที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาฝ้า มันทำงานได้โดยการป้องกันการผลิตเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเมลานิน ไฮโดรควิโนนจะช่วยป้องกันการผลิตเมลานินและปรับโทนสีผิวทำให้การรักษาฝ้ามีประสิทธิภาพสูงสำหรับฝ้า แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น

สูตรนี้เพิ่มน้ำผึ้งมาเป็นวัตถุดิบอีกอย่างหนึ่ง โดยผสมน้ำมะนาวจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และนำมาขัดนวดวนบนใบหน้าเบา ๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน สาว ๆ จะเริ่มสังเกตได้ว่าหน้าใสขึ้น จุดด่างดำ ฝ้า และกระค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำผึ้งยังช่วยทำให้ใบหน้าของคุณสาว ๆ เนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

สูตรนี้อาจใช้วัตถุดิบหลายอย่าง แต่ขอบอกเลยว่าผลออกมาดีแน่นอน เพียงสาว ๆ นำน้ำมะนาว น้ำสับปะรด (ใช้น้ำส้มแทนได้) และน้ำผึ้ง โดยผสมน้ำมะนาวและน้ำสับปะรดในอัตราส่วนเท่ากัน คืออย่างละ 1-2 ช้อนโต๊ะ และใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำไปพอกหน้าทิ้งไว้ 10–15 นาที แล้วล้างออก วิตามินซีในน้ำมะนาวและน้ำสับปะรดจะช่วยให้ฝ้าจางลง ใบหน้ากระจ่างใสขึ้น และในน้ำผึ้งจะมีเอนไซม์ช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

สูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบ ๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ให้คุณทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้าง

อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบาง ๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้

สมุนไพรรักษาฝ้าอีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ จางลง เหลือไว้แต่ใบหน้าอันขาวเนียนสดใส ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วจึงล้างออก

Similar Posts

ใส่ความเห็น

You have to agree to the comment policy.