หนองในเทียม

หนองในเทียม (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Spread the love

หนองในเทียม (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เกิดขึ้นจากการรับเชื้อแบคทีเรียผ่านจากคู่นอนที่ติดเชื้อหนองในเทียม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ นอกจากนั้นก็มีโรคที่ทำให้เกิดอาการหนองในเทียมเช่น. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ; การอักเสบของต่อมลูกหมาก; ท่อปัสสาวะตีบ urethral stricture หนองในเทียม (Non Gonococcal Urethritis) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถติดต่อได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง มีลักษณะอาการคล้ายกับโรคหนองในแท้ หนองในแท้-หนองในเทียม ต่างกันอย่างไร — โรคหนองในแท้ และ หนองในเทียม สามารถพบได้บ่อยในประเทศไทย โรคทั้ง 2 โรค เกิดจากเชื้อที่แตกต่างกัน

 

หนองในเทียม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ที่เกิดจากแบคทีเรีย

โดยผู้ที่เป็นหนองในเทียมมักจะไม่แสดงอาการออกมาในระยะแรกคลินิกให้ความรู้เรื่องโรคหนองในเทียม ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่พบได้บ่อยมากที่สุดอีกโรคหนึ่งและเกิดจากเชื้อก่อโรคได้หลายชนิด เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย (STD); อาการของหนองในเทียมพบได้น้อยและคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนองในเทียมจึงไม่ได้รับการส่งฟรีทุกกล่อง ปรึกษาฟรี 24 ชั่วโมง ประสบการณ์มากกว่า 10 ปีไม่ระบุหน้ากล่องแพ็คอย่างมิดชิด ให้คำปรึกษาหลังการขาย ไม่บล็อคไม่หนีลูกค้า ยืนหนึ่งเรื่องนี้มานาน มั่นใจได้ 100 %

จำหน่ายยารักษาโรคหนองในแท้และ  ยารักษา หายได้ภายในคืนเดียว มีหนองขุ่นข้นใส ปวด มีกลิ่น คัน ปัสสาวะแสบขัด พึ่งเป็นหรือเป็นมานาน สามารถรักษาให้หายขาด ส่ง ems ฟรี โรคหนองในแท้ หรือ โรคโกโนเรีย (Gonorrhea) … เนื่องจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคหนองในแท้ มักจะเป็นหนองในเทียมจากการติดเชื้อ (Chlamydia) ร่วมด้วยประมาณ โรคหนองใน มักเรียกกันโดยทั่วไปว่าหนองในแท้และหนองในเทียม ทั้งสองชนิดเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เป็นการติดเชื้อที่เกิดที่ทางเดินปัสสาวะส่วนปลาย ระยะการฟักตัวของโรคประมาณผู้ชายติดเชื้อหนองในเทียมทางท่อปัสสาวะ (ข้างในอวัยวะเพศชาย) ช่องทวารหนัก หรือลำคอ; หนองในเทียมทำให้เจ็บปวดและบวมที่ลูกอัณฑะของผู้ชาย และสามารถแพร่เชื้อไปที่ท่อส่ง

หนองในเทียม
หนองในเทียม (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นจากการรับเชื้อแบคทีเรียผ่านจากคู่นอนที่ติดเชื้อ

พบว่าโรคนี้มีอาการแทรกซ้อน เช่น การเกิดฝีบริเวณอวัยวะเพศ ลูกอัณฑะอักเสบ ในผู้ชาย และสวนผู้หญิงจะพบว่าปากมดลูกอักเสบ มีหนองที่ปากมดลูก นอกจากนี้ยังมีการติดเชื้อบริเวณปีกมดลูกและรังไข่ การพบภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ ​ นอกจากนี้ยังพบว่าบางคนยังมีการอื่น ๆ ที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อบริเวณข้อ การอักเสบของเอ็นรอบข้อ ผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ หนองใน คือ

การสัมผัสของเหลวในร่างกายของผู้มีเชื้อหนองใน เช่น เยื่อบุช่องคลอด องคชาต ทวารหนัก ช่องปาก ดวงตา ในช่องคอ รวมถึงอาจติดได้จากมารดาสู่ทารกในระหว่างการคลอดได้ ซึ่งปัจจัยหลักๆที่ทำให้เสี่ยงการติดเชื้อโรคหนองในคือ ผู้ที่ไม่มีสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่เคยติดเชื้อหนองในหรือเคยติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆมาก่อน ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย และผู้ที่ติดยาเสพติด

หากมีอาการผิดปกติคล้ายอาการของโรคหนองในตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยควรให้คู่นอนมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาด้วยเช่นกัน เนื่องจากโรคหนองในสามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ คู่นอนอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเป็นผู้แพร่เชื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นหนองในซ้ำได้อีกครั้ง

หนองในเทียม
หนองในเทียม (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นจากการรับเชื้อแบคทีเรียผ่านจากคู่นอนที่ติดเชื้อ

แพทย์จะทำการรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเพื่อลดการติดเชื้อ หนองใน และตามด้วยการทานยาปฏิชีวนะแบบเม็ด ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน และในส่วนของอาการปวดบริเวณเชิงกรานหรือลูกอัณฑะอาจใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างรับการรักษาผู้ควรพบแพทย์ตามการนัดหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อแบคทีเรียนั้นลดลงและไม่หลงเหลือในร่างกาย ในกรณีทารกแรกเกิดที่ได้รับเชื้อหนองจากมารดาแพทย์จะให้ยาหยอดตากับเด็กที่คลอดออกมาทันทีเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้ออย่างทันทวงที หากเด็กมีอาการติดเชื้อรุนแรงมากขึ้นแพทย์จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยปฏิชีวนะที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆได้ หากมีอาการคล้ายโรคหนองในและต้องการตรวจเพื่อการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถรับการรักษาโดยการใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสิทธิประกันสังคมได้ จากทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน หรือ หนองในแท้ คลินิกเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาหนองในจะขึ้นอยู่กับสิทธิการรักษา เช่น ประกันสุขภาพถ้วนหรือประกันสังคม โดยอาจไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจ่ายเพียง 30 บาทเท่านั้น ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆขึ้นอยู่กับอาการของโรคในแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรสอบถามสถานพยาบาลโดยตรงเพื่อให้ทราบรายละเอียดค่ารักษาที่ชัดเจน

 

  • การติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรืออุ้งเชิงกรานอักเสบ หนองในเทียมในเพศหญิงสามารถแพร่กระจายไปยังมดลูกและรังไข่ได้ ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้องน้อยขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกในขณะหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ อาการเหล่านี้จะส่งผลทำให้เกิดภาวะการมีบุตรยาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์นอกมดลูก อาการนี้สามารถรักษาได้โดยการรับประทานยาปฏิชีวนะต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์
  • อัณฑะอักเสบหรือต่อมลูกหมากติดเชื้อ หนองในเทียมในเพศชายสามารถแพร่กระจายไปที่ลูกอัณฑะ หลอดเก็บน้ำอสุจิ และต่อมลูกหมาก ทำให้มีอาการปวดหรือบวม มีไข้หนาวสั่น เจ็บที่อวัยวะเพศขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปวดเอว และเกิดอาการปวดในระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ อาการนี้สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ ถ้าปล่อยไว้หรือไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาจทำให้เป็นหมันได้
  • ข้ออักเสบ หรือที่รู้จักในชื่อ โรคไรเตอร์ หรือข้ออักเสบไรเตอร์ (Reiter Syndrome) หลังจากเป็นหนองในเทียมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ อาจมีอาการตามมาด้วยคือข้ออักเสบ รวมไปถึงทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือตาอักเสบ อาการนี้สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยาแก้อักเสบชนิดไม่ใส่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) จำพวกไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) โดยส่วนมากแล้วอาการนี้จะเกิดในเพศชาย แต่ก็สามารถเกิดในเพศหญิงได้เช่นเดียวกัน

หนองในเทียมเยื่อบุตาในผู้ใหญ่ แนะนำให้เลือกใช้ยาอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่

  • อะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) 1 กรัม กินครั้งเดียว
  • ดอกซีไซคลิน (Doxycycline) 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร นาน 10 วัน
  • อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร นาน 21 วัน
  • เตตราไซคลิน (Tetracycline) 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร นาน 21 วัน
หนองในเทียม
หนองในเทียม (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หนองในเทียมผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นหลังได้รับการรักษาในระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ผู้ป่วยในเพศหญิงอาจมีอาการติดเชื้อหนองในเทียมขั้นรุนแรง แพทย์อาจจ่ายยาด้วยการฉีดเข้าเส้นเลือด ในระหว่างนี้ผู้ป่วยควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ จนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา แม้จะมีการใส่ถุงยางอนามัยป้องกัน และสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาแบบครั้งเดียว ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และรับประทานยาจนครบตามแพทย์สั่ง ถึงแม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม หลังจากนั้น 3 เดือน ควรกลับไปตรวจอีกครั้ง เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเกิดซ้ำ ร่วมกับการตรวจคัดกรองหาเชื้อในคู่นอนที่เคยมีเพศสัมพันธ์กันภายใน 6 เดือนที่ผ่านมาด้วย

  • ผู้ป่วยควรได้รับการเจาะเลือดตรวจวีดีอาร์แอล (Venereal Disease Research Laboratory – VDRL) และตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) ตั้งแต่ก่อนรักษาครั้งหนึ่ง และต้องกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้งในอีก 3 เดือนต่อมา เพื่อให้แน่ใจว่าหายแล้วและไม่ติดเชื้อดังกล่าว
  • ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคหนองในเทียมและไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ และอาจทำให้ทารกติดเชื้อที่ดวงตาและระบบทางเดินหายใจในทารกแรกคลอดได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดตาแดงและปอดบวมขึ้นตามลำดับ (เมื่อทารกได้รับเชื้อในระหว่างการคลอด อาจทำให้ทารกเกิดอาการตาอักเสบหลังคลอดประมาณ 5-14 วัน แต่อาการมักจะมีความรุนแรงน้อยกว่าตาอักเสบจากการติดเชื้อหนองในแท้ ซึ่งในการรักษานั้นแพทย์จะให้ยาป้ายตาเตตราไซคลีน ป้ายตาวันละ 4 ครั้ง และให้ยาอิริโทรมัยซิน ในขนาด 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 21 วัน)
  • ในระหว่างการรักษาผู้ป่วยควรงดการดื่มเหล้า และงดการมีเพศสัมพันธ์ออกไปก่อนจนกว่าตนและคู่นอนจะหายดี (ในฝ่ายหญิงที่สามีไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะมีโอกาสในการติดเชื้อซ้ำได้อีก ซึ่งการที่มีการติดเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีกจะทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคที่อวัยวะสืบพันธุ์อย่างอุ้งเชิงกรานอักเสบ หรือเกิดภาวะมีบุตรยาก)

 

เอกสารอ้างอิง
  1. หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2.  “หนองในเทียม (Nonspecific urethritis/NSU / Nongonococcal urethritis/NGU)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 1041-1042.
  2. หาหมอดอทคอม.  “หนองในเทียม (Chlamydia infection)”.  (รศ.พญ.วรลักษณ์ สมบูรณ์พร).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : haamor.com.  [12 มี.ค. 2016].

 

Facebook Comments Box