ibuprofen ไอบูโพรเฟน

ibuprofen ไอบูโพรเฟน

Spread the love

ibuprofen ไอบูโพรเฟน

ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เป็นยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) นิยมใช้เพื่อรักษาอาการปวด ลดไข้ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เป็นยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) นิยมใช้เพื่อรักษาอาการปวด ลด

ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen). ยานี้ใช้สำหรับ

บรรเทาอาการไข้และอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง รูปแบบยา ยาเม็ด ขนาด 200 มิลลิกรัม และ 400 มิลลิกรัม ยาน้ำ ความแรง 100
ยาไอบูโพรเฟน/ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) บรูเฟน (Brufen) โกเฟน (Gofen 400) นูโรเฟน (Nurofen) บูเฟล็กซ์ (Buflex) ไอบูแมน 400 (Ibuman) คือยาอะไร ??

ไอบูโพรเฟน เป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) นิยมใช้รักษาอาการปวด ลดไข้ และการอักเสบ
ยาไอบูโพรเฟน รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัย คลิปนี้หมอหมีจะมาพูดและทำความรู้จักกับยาตัวนี้ ยาไอบูโพรเฟน Ibuprofen

ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อาจช่วยบรรเทาอาการ. ยาพาราเซตามอล เมื่อให้ในขนาดที่ถูกต้องค่อนข้างปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อย ยามีหลายรูปแบบและหลายความเข้มข้น
ฉลากยาเสริมสำหรับไอบูโพรเฟนชนิดเม็ด (Ibuprofen Tab). 1.ยานี้เป็นยาในกลุ่มเอ็นเสด ห้ามใช้ยานี้ ถ้าเคยแพ้เอ็นเสดชนิดอื่น เช่น แอสไพริน. 2.ควรใช้เอ็นเสดด้วยขนาดยาต่ำที่สุด

คำเตือนการใช้ยาไอบูโพรเฟน

  1. การใช้ยาไอบูโพรเฟนในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้ ผู้ป่วยโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงยาประเภทนี้
  2. อาจก่อให้เกิดภาวะเลือดออกในช่องท้องและลำไส้ได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ การใช้ยาดังกล่าวโดยไม่ระมัดระวังอาจทำให้เสียชีวิตได้
  3. อาจส่งผลเสียต่อลำไส้และกระเพาะอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาขณะท้องว่าง
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนหากมีอาการแพ้ยา หรือเคยมีอาการหอบหืดเฉียบพลันหลังจากใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs และแอสไพริน
  5. สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา หรือหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าวได้เป็นดีที่สุด โดยเฉพาะขณะมีอายุครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่ 3 (7-9 เดือน)
  6. ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคลิ่มเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง โรคตับ โรคไต หรือโรคหอบหืดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  7. ผู้ที่เคยมีประวัติเลือดออกในกระเพาะอาหารควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

ไอบูโพรเฟนชนิดเม็ด (Ibuprofen Tab)

ฉลากยาเสริมสำหรับไอบูโพรเฟนชนิดเม็ด (Ibuprofen Tab)
1.ยานี้เป็นยาในกลุ่มเอ็นเสด ห้ามใช้ยานี้ ถ้าเคยแพ้เอ็นเสดชนิดอื่น เช่น แอสไพริน
2.ควรใช้เอ็นเสดด้วยขนาดยาต่ำที่สุด และด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุเพื่อป้องกันอันตรายจากยา เช่น แผลที่กระเพาะอาหารและลำไส้ (ปวดท้อง แสบท้อง)
เลือดออกจากทางเดินอาหาร (ถ่ายดำ เป็นลม) ไตวาย หลอดเลือดหัวใจหรือสมองอุดตัน
(กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือเป็นอัมพาต) ผื่นแพ้ที่ผิวหนัง ผลข้างเคียงข้างต้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

นอกจากนี้ยังอาจทำให้มีอาการบวมและความดันเลือดสูงขึ้น

การศึกษาประสิทธิภาพของตำรับยาไอบูโพรเฟนในรูปเกลือโซเดียม (ibuprofen sodium) พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดศีรษะจากความเครียด และอาการปวดฟัน ได้ดีเทียบเท่ากับไอบูโพรเฟนรูปแบบปกติ แต่สามารถออกฤทธิ์ลดปวดได้เร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

  • Ibuprofen sodium เพิ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อการค้า Advil® Film-coat ประกอบด้วย ibuprofen sodium 256 มิลลิกรัม (เทียบเท่า ibuprofen 200 มิลลิกรัม) โดยเม็ดยามีชั้นเคลือบบางกว่าเม็ดยาทั่วไป ทำให้ดูดซึมได้เร็วขึ้น และจากการที่อยู่ในรูปเกลือทำให้ยาละลายและแตกตัวเร็วขึ้นในกระเพาะอาหาร จากการศึกษาทางเภสัชจลนศาสตร์

พบว่า ibuprofen sodium มีอัตราการดูดซึมเร็วกว่า ibuprofen ปกติ

  • รูปแบบธรรมดา 200 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง (n=86), กลุ่มที่ได้รับ Motrin® ibuprofen รูปแบบธรรมดา 200 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง (n=87)

  • และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (n=48) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับ ibuprofen sodium ใช้เวลาตั้งแต่ทานยาจนอาการปวดบรรเทาลง เฉลี่ย 42.2 นาที ส่วนกลุ่มที่ได้รับ ibuprofen รูปแบบธรรมดา

  • ใช้เวลาเฉลี่ย 55.3 นาที ในขณะที่ประสิทธิภาพในการลดปวดไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มที่ได้รับ ibuprofen sodium และ ibuprofen รูปแบบธรรมดา

  • ในการศึกษาที่สอง ทำการศึกษาการใช้ ibuprofen sodium เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะจากความเครียด

  • ทำการศึกษาในคนไข้ 226 ราย โดยแบ่งคนไข้ออกเป็น 3 กลุ่มโดยการสุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับ ibuprofen sodium 256 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง (n=91), กลุ่มที่ได้รับ ibuprofen

 

“การเปิดกว้างให้ซื้อยาโดยปราศจากใบสั่งยา ทั้งไร้ซึ่งคำแนะนำและการควบคุมนั้นทำให้ประชาชนคิดว่า NSAIDs เป็นยาที่ปลอดภัย แต่จากผลการศึกษาเห็นได้ชัดว่า NSAIDs ไม่ใช่ยาที่ปลอดภัย โดยเฉพาะ diclofenac และ ibuprofen ซึ่งพบว่าทำให้ความเสี่ยงหัวใจหยุดเต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยดังกล่าวนับเป็นหลักฐานชิ้นล่าสุดที่เตือนการใช้ยา NSAIDs การศึกษาหนึ่งซึ่งรายงานในวารสาร British Medical Journal เมื่อปลายปีก่อนยังชี้ด้วยว่า NSAIDs สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อหัวใจล้มเหลว ขณะที่อีกหลายการศึกษาก่อนหน้าโยงไปถึงปัญหาหัวใจเต้นผิดปกติ (อาจเป็นสาเหตุของหัวใจล้มเหลว) และความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองหากใช้เป็นประจำ

• หลีกเลี่ยงการให้ยาในขนาดสูง กล่าวคือ ≥2,400 มิลลิกรัม/วัน ในผู้ที่มีโรคหรือความผิดปกติเหล่านี้

  • – ischaemic heart disease
  • – peripheral arterial disease
  • – cerebrovascular disease
  • – congestive heart failure ระดับ NYHA II-III (ตาม New York Heart Association classification)
  • – uncontrolled hypertension

• ให้มีการทบทวนแผนการรักษาใหม่เมื่อผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าวข้างต้นและอยู่ระหว่างได้รับยาในขนาดสูงมาพบแพทย์ตามนัดครั้งต่อไป

• กรณีที่จะใช้ ibuprofen เป็นเวลานาน ก่อนเริ่มให้การรักษาควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงประโยชน์และความเสี่ยงโดยเฉพาะหากต้องใช้ในขนาดสูงกับผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด cardiovascular events (เช่น ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่)

• ย้ำเตือนอีกครั้งถึงข้อห้ามใช้ ibuprofen ในผู้ที่มีภาวะ heart failure ระดับรุนแรง

การใช้ ibuprofen ขนาดไม่เกิน 1,200 มิลลิกรัม/วัน

จะไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การใช้ในขนาดเกิน 1,200 มิลลิกรัม/วัน แต่ไม่ถึง 2,400 มิลลิกรัม/วัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่นั้นข้อมูลมีจำกัดจึงยังไม่อาจสรุปได้

ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันนี้ องค์กร Health Canada ได้มีการทบทวนความปลอดภัยในการใช้ ibuprofen ขนาดสูงกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งมีคำเตือนออกมาคล้ายกับของ EMA

และว่า NSAIDs ที่จำหน่ายหน้าเคาเตอร์ รวมถึง ibuprofen นั้นเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับการบรรเทาปวดระยะสั้น หากปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาและเอกสารข้อมูลยาสำหรับผู้ป่วย กระทั่ง NHS Choices ยังแนะนำยา NSAIDs สำหรับบรรเทาปวด ลดอักเสบ และลดไข้

พร้อมกันนี้ระบุว่า ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังจะต้องแจ้งต่อเภสัชกรก่อนซื้อยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์เพื่อตรวจสอบว่าอาจมีอันตรกิริยาหรือปัญหาสุขภาพใดๆ

มีการศึกษาในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา ibuprofen ที่ให้เพียงครั้งเดียว (single dose) เพื่อใช้ในการลดไข้และบรรเทาปวดขั้นปานกลางจนถึงขั้นรุนแรงเปรียบเทียบกับ paracetamol โดยเป็นการศึกษาแบบ meta-analysis ซึ่งได้ข้อมูลมาจาก randomized, controlled trials จำนวน 17 การศึกษา

ประเมินผลโดยดูจากประสิทธิภาพของยาในการลดอุณหภูมิที่เกิดจากไข้ การบรรเทาปวดได้ในระดับที่เกินกว่า 50% ของการบรรเทาปวดสูงสุด และอาการข้างเคียงของยา ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ประสิทธิภาพในการบรรเทาปวดของ ibuprofen

ข้อควรระวัง/ ข้อห้ามใช้-ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้, ยาแอสไพรินหรือNSAIDs อื่นๆ-ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์หญิงให้นมบุตร-ระมัดระวังการใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร- ลาไส้อักเสบ, โรคหอบหืด, โรคหัวใจ, โรคเกี่ยวกับbleedingdisorder , ผู้ป่วยที่ได้รับยากันเลือดแข็งตัวอยู่และผู้ป่วยที่ตับและไตทางานผิดปกติ-ถ้าใช้ร่วมกับยาแอสไพรินหรือแอลกอฮอล์จะมีผลเพิ่มการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา- อาการที่พบบ่อยคือมีแผลและเลือดออกในทางเดินอาหารคลื่นไส้อาเจียนเยื่อบุช่องปากอักเสบอุจจาระเป็นสีดา-อาการอื่นเช่นปวดศีรษะกระวนกระวายบวมน้าผิวหนังเป็นผื่นแดงคันหูอื้อตามัวนอนไม่หลับอาจพบการทางานของตับและไตผิดปกติ

มะเร็งเม็ดเลือดขาว    มะเร็งเม็ดเลือดขาว

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น